งานแต่งไทยจำนวนมากแบ่งเป็นสองช่วง คือพิธีตอนเช้าและงานเลี้ยงตอนค่ำ ระหว่างสองช่วงนี้มักมีเวลาแค่ในรถหรือในห้องน้ำโรงแรม การล้างหน้าแล้วแต่งใหม่จึงไม่สมจริง วิธีที่ใช้ได้คือแต่งช่วงเช้าให้เป็นฐานที่ต่อยอดได้
เริ่มจากแต่งเช้าให้ถูก
กุญแจอยู่ที่ช่วงเช้า ถ้าแต่งเช้าเข้มไปแล้ว ตอนค่ำจะเพิ่มอะไรไม่ได้เลยนอกจากทับให้หนาขึ้น ให้แต่งเช้าในโทนธรรมชาติ เน้นผิวให้เรียบและสม่ำเสมอ ส่วนตาและปากเก็บไว้เบา ๆ ก่อน
พิธีช่วงเช้าของไทยมักอยู่ในบ้านหรือวัด อากาศร้อนและมีการก้มกราบ เมคอัพเบาจึงเหมาะกับสถานการณ์อยู่แล้ว และบังเอิญเป็นฐานที่ดีสำหรับตอนค่ำพอดี
สิบนาทีที่ต้องทำ
- ซับมันด้วยกระดาษซับก่อนเสมอ อย่าลงอะไรทับหน้าที่มัน
- กดแป้งบาง ๆ เฉพาะ T-zone เพื่อรีเซ็ตผิว
- เติมบลัชอีกนิด เพราะสีเดิมจางไปแล้วหลังผ่านมาทั้งวัน
- เพิ่มความเข้มที่ขอบตาบน ใช้อายไลเนอร์หรืออายแชโดว์สีเข้มเกลี่ยแคบ ๆ
- ปัดมาสคาร่าซ้ำหนึ่งชั้น ช่วยเปิดตาในแสงสลัวตอนค่ำ
- เปลี่ยนลิปเป็นสีเข้มขึ้นหนึ่งระดับ นี่คือขั้นที่เปลี่ยนลุคมากที่สุด
หกขั้นนี้ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีและไม่ต้องใช้กระจกแต่งหน้าใหญ่ ทำในรถได้จริง ข้อสำคัญคือลำดับ ต้องซับมันก่อนเสมอ ไม่งั้นทุกอย่างที่ลงทับจะเป็นคราบ
ทำไมลิปถึงเปลี่ยนลุคได้มากที่สุด
ในแสงสลัวช่วงค่ำ สีที่อ่อนจะหายไปจากสายตาเกือบหมด ลิปโทนนู้ดที่ดูพอดีตอนเช้าจะทำให้หน้าดูซีดในงานเลี้ยง การเปลี่ยนเป็นเบอร์รี แดงอิฐ หรือชมพูเข้ม ให้ผลชัดกว่าการแก้ส่วนอื่นทั้งหมดรวมกัน
เปลี่ยนชุดระหว่างสองงาน
ถ้าต้องเปลี่ยนชุดด้วย ให้เปลี่ยนชุดก่อนแล้วค่อยแก้หน้า เพราะการสวมชุดลงมาทำให้เมคอัพเลอะได้ และถ้าแก้หน้าไปแล้วจะต้องแก้ซ้ำ
ตอนสวมชุด ให้ใช้ผ้าบาง ๆ หรือผ้าเช็ดหน้าคลุมหน้าไว้ขณะดึงชุดผ่านศีรษะ วิธีนี้ป้องกันรองพื้นและลิปติดผ้าได้เกือบทั้งหมด ซึ่งสำคัญมากถ้าเป็นชุดเช่า
เลือกชุดสองชุดให้ทำงานร่วมกัน
ถ้าวางแผนใส่สองชุดในวันเดียว ให้เลือกให้เมคอัพชุดเดียวรองรับได้ทั้งคู่ เช่น ชุดเช้าโทนอ่อนคู่กับชุดค่ำโทนเข้มในตระกูลสีเดียวกัน จะเปลี่ยนแค่ความเข้มของลิปก็พอ
สิ่งที่ทำให้ยุ่งยากคือเลือกสองชุดที่อยู่คนละโทนผิวสีกันสุดขั้ว เช่น เช้าใส่ส้มอิฐ ค่ำใส่ชมพูอมฟ้า แบบนี้ต้องรื้อเมคอัพใหม่เกือบหมด ซึ่งไม่มีเวลาพอ

