ไล่จากทางการที่สุดลงมา
Black Tie — ทางการที่สุด
ผู้หญิงใส่ชุดยาว ผู้ชายใส่ทักซิโด้ พบในงานกาล่า งานการกุศล และงานแต่งช่วงค่ำในโรงแรมใหญ่ ถ้าการ์ดเขียนคำนี้ ให้ตีความตามตัวอักษร ชุดสั้นจะดูไม่พอในงานแบบนี้
Cocktail — ที่เจอบ่อยที่สุด
ชุดสั้นระดับเข่าหรือมิดิ ผ้าดูดี เช่น ซาติน ลูกไม้ หรือผ้าที่มีประกายเล็กน้อย เป็นระดับที่ "แต่งเต็ม" แต่ยังสนุกได้ ไม่ต้องยาวคลุมเท้า
จุดที่คนพลาดบ่อยคือใส่ชุดทำงานสีเข้มมาแทน ซึ่งจะดูเรียบเกินไป Cocktail ต้องการอะไรที่ดูตั้งใจกว่านั้นหนึ่งขั้น
Semi-Formal — เรียบกว่า Cocktail นิดหนึ่ง
ทรงเรียบร้อยขึ้น สีสุภาพขึ้น เครื่องประดับน้อยลง เดรสทรง A-line หรือ sheath ผ้านุ่ม ๆ ตอบโจทย์ที่สุด จัมป์สูททรงเนี้ยบก็ผ่าน
Smart Casual — หลวมที่สุด
เดรสลำลองที่ดูเรียบร้อย หรือกระโปรงกับเสื้อดี ๆ ไม่ต้องมีประกาย แต่ยีนส์และรองเท้าผ้าใบยังถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ในงานส่วนใหญ่
ปัญหาที่คู่มือฝรั่งไม่พูดถึง: อากาศ
คู่มือ dress code ส่วนใหญ่เขียนจากประเทศหนาว พอมาใช้จริงที่กรุงเทพฯ จะเจอปัญหาว่ากำหนดให้ใส่ผ้าหนาหรือมีเลเยอร์ ซึ่งใส่แล้วทรมานมาก
- เลือกผ้าที่ระบายอากาศ ชีฟอง ผ้าไหมเทียม ผ้าซาตินบาง ดีกว่าผ้าหนามีซับใน
- งานกลางแจ้งช่วงเช้าหรือบ่าย เลี่ยงสีเข้มจัดเพราะดูดความร้อน
- ถ้าจะใส่แขนยาว ให้เป็นแขนยาวผ้าบางแบบซีทรู ไม่ใช่แขนยาวผ้าหนา
- พกเสื้อคลุมบางไปเผื่อห้องแอร์เย็นจัด ซึ่งเป็นเรื่องปกติในงานโรงแรมไทย
ถ้าการ์ดไม่ระบุอะไรเลย
ใช้สถานที่และเวลาเป็นตัวตัดสิน วิธีนี้แม่นกว่าการเดา
- โรงแรมห้าดาว ช่วงค่ำ → ตีเป็น Cocktail
- ร้านอาหารหรือรูฟท็อป ช่วงเย็น → Smart Casual ถึง Cocktail
- วัดหรือบ้าน ช่วงเช้า → สุภาพ เรียบร้อย คลุมไหล่
- ออฟฟิศหรือโรงแรม ช่วงกลางวัน → Semi-Formal
เช่าให้ตรง dress code โดยไม่ต้องซื้อ
ข้อดีของการเช่าคือแต่ละงานมี dress code ไม่เหมือนกัน การซื้อชุดยาวไว้ใส่งาน black tie ปีละครั้งไม่คุ้ม แต่การเช่าเฉพาะครั้งที่ต้องใช้ ทำให้ตรงระดับได้ทุกงาน

