หลายคนเคยเจอว่าชุดที่ลองในร้านแล้วรู้สึกดี พอถ่ายรูปออกมากลับไม่เหมือนที่เห็นในกระจก สาเหตุมักไม่ได้อยู่ที่ชุด แต่อยู่ที่แนวเอวของชุดและมุมที่ถ่าย ซึ่งเป็นสองอย่างที่ควบคุมได้
แนวเอวคือจุดที่สำคัญที่สุด
สายตาคนอ่านสัดส่วนจากตำแหน่งที่แคบที่สุดของลำตัว ยิ่งแนวเอวของชุดอยู่สูง ช่วงขาในภาพก็ยิ่งดูยาว นี่คือเหตุผลที่ชุดทรงเอวสูงทำให้ดูสูงขึ้นแม้ความสูงจริงไม่เปลี่ยน
- เอวสูงใต้อก ให้ช่วงขายาวที่สุดในภาพ
- เอวตรงตำแหน่งเอวจริง ให้สัดส่วนสมดุลและเป็นธรรมชาติที่สุด
- เอวต่ำกว่าเอวจริง จะตัดช่วงลำตัวให้ยาวและขาสั้นลงในภาพ
- ชุดทรงตรงไม่มีแนวเอว ให้ใช้เข็มขัดสร้างแนวเอวขึ้นมาเองได้
ความยาวชุดกับจุดที่ตัด
ชายกระโปรงจบตรงไหนมีผลมาก เพราะจุดที่ผ้าจบคือจุดที่สายตาหยุด ถ้าจบตรงส่วนที่กว้างที่สุดของน่อง ขาจะดูสั้นและหนากว่าความเป็นจริง ถ้าจบเหนือเข่าหรือใต้น่อง จะให้ผลตรงข้าม
ชุดยาวจรดพื้นเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเสมอ เพราะไม่มีจุดตัดเลย แต่ต้องระวังความยาวให้พอดีกับส้นรองเท้าที่จะใส่จริง ชุดยาวเกินจะลากพื้นและทำให้ก้าวลำบาก
ยืนถ่ายรูปยังไง
การยืนหันหน้าตรงเข้ากล้องเต็มตัวทำให้ตัวดูกว้างที่สุด เพราะกล้องบันทึกความกว้างเต็มที่ การหมุนตัวเล็กน้อยเปลี่ยนผลลัพธ์ได้มากกว่าที่คิด
- หมุนลำตัวประมาณ 45 องศาจากกล้อง แล้วหันหน้ากลับมาที่กล้อง
- ถ่ายน้ำหนักไปที่ขาหลัง แล้ววางขาหน้าไขว้เล็กน้อย
- ดึงไหล่ลงและถอยไปด้านหลังเล็กน้อย ไม่ใช่ยกขึ้น
- ยืดคอขึ้นและดันคางไปข้างหน้านิดเดียว จะทำให้แนวกรามคมขึ้นในภาพ
- อย่าแนบแขนกับลำตัว เว้นช่องว่างเล็กน้อยไว้
ข้อสุดท้ายเป็นข้อที่เห็นผลชัดที่สุดและคนลืมบ่อยที่สุด แขนที่แนบติดลำตัวจะถูกกดแบนและดูใหญ่ขึ้นในรูป การเว้นช่องว่างเพียงเล็กน้อยแก้ได้ทันที
มุมกล้องมีผลพอ ๆ กับท่ายืน
กล้องที่อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาแล้วเงยขึ้นจะทำให้สัดส่วนบิดเบือน ถ้าเป็นไปได้ให้ขอคนถ่ายยกกล้องขึ้นมาที่ระดับหน้าอกถึงระดับตา ซึ่งเป็นระดับที่ให้สัดส่วนใกล้เคียงความจริงที่สุด
ในรูปหมู่ที่เลือกตำแหน่งไม่ได้ ให้ยืนใกล้กลางแถวมากกว่าริมสุด เพราะเลนส์จะบิดภาพมากที่สุดที่ขอบเฟรม
ลองก่อนวันงาน
สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือลองใส่ชุดเต็มชุดแล้วให้คนถ่ายรูปให้สักสองสามใบก่อนวันงาน จะเห็นทันทีว่าแนวเอวและความยาวทำงานยังไงกับตัวเรา และมีเวลาเปลี่ยนถ้าไม่ใช่

